Thread Rating:
  • 8 Vote(s) - 2.75 Average
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
Bitcoin กับ Ransomware
#1
[Image: Ransomware-e1434546401689.jpg]

ภัยคุกคามบนโลกไซเบอร์ที่โด่งดังอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคือ แรมซัมแวร์ หรือมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ที่จะใช้วิธีการเข้ารหัสข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น แล้วก็เรียกเงินค่าไถ่จากเจ้าของข้อมูล เพื่อถอดรหัสกลับออกมา คนส่วนใหญ่เพื่อโดนแรนซัมแวร์เข้าไป ก็จะเข้าไปดูข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวเองไม่ได้ แล้วก็ต้องยอมจ่ายเงินเพื่อให้คนร้ายพวกนี้ถอดรหัสข้อมูลของเราออกมา ส่วนใหญ่ก็ต้องยอม เพราะไม่อยากสูญเสียข้อมูลของตัวเองไป

และคนร้ายที่ใช้แรมซัมแวร์ก่อเหตุส่วนใหญ่ ก็จะใช้วิธีการให้เหยื่อโอนเงินผ่าน "บิตคอยน์" เนื่องจากยากต่อการตามรอย ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติของบรรดาแฮกเกอร์ทั้งหลาย ที่มักจะก่อเหตุแล้วทำให้ตามตัวผู้ก่อเหตุได้ยาก

ที่น่ากลัวก็คือ ปัจจุบัน บรรดาซอฟต์แวร์ที่ใช้เพื่อทำการเข้ารหัสเพื่อเรียกค่าไถ่เหล่านี้ มีขายเกร่ออยู่ทั่วไปเสียด้วย

วิธีการป้องกัน ที่ผู้เชี่ยวชาญจากแคสเปอร์สกี้ แลป เหล่านี้แนะนำว่า ถ้าอยากปลอดภัยจากแรนซัมแวร์ วิธีที่ดีที่สุดคือการสำรองข้อมูลเก็บเอาไว้ อย่างเช่น การเก็บไว้บนบริการคลาวด์ต่างๆ ถ้าไม่ชอบ ก็สามารถเก็บสำรองข้อมูลเอาไว้ในเอ็กซ์เทอร์นอลฮาร์ดดิสก์ก็ได้ มีขายอยู่ทั่วไปในราคาที่ไม่แพงแล้ว และถ้ามีโปรแกรมแอนตี้ไวรัส ก็ควรจะต้องมีการอัพเดตตลอด หรือถ้าไม่มี ก็ควรจะมีไว้ เพื่อคอยแจ้งเตือนหรือป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับข้อมูลของคุณในเครื่องคอมพิวเตอร์ เหล่านี้เป็นวิธีง่ายๆ ที่หากมีคนเอาข้อมูลของคุณไปเรียกค่าไถ่ เราก็ยังมีข้อมูลสำคัญของเราสำรองไว้อยู่ หรือถ้ามีแอนตี้ไวรัส ก็เหมือนกับมียามคอยเฝ้าข้อมูลเราไว้ให้

แต่ถ้าใครเจ๋งจริง ก็สามารถที่จะหาวิธีการเข้ารหัสข้อมูลของตัวเองเอาไว้ เพื่อไม่ให้คนอื่นมายุ่ง ซึ่งอาจจะเป็นวิธีที่แอนวานซ์ หรือก้าวไปอีกขั้นเกินไป ก็เอาวิธีง่ายๆ ที่แนะนำไปนี่แหละ สำรองข้อมูลบ่อยๆ เพื่อความสบายใจของผู้ใช้งาน

ในส่วนของแคสเปอร์สกี้ แลป เองนั้น ก็จะมีโซลูชั่นสำหรับองค์กร ที่จะคอยทำหน้าที่ในการปกป้องข้อมูลของลูกค้าไว้ให้ หรือถ้าโดนโจมตีจริงๆ ก็จะมีฟีเจอร์โรลล์แบ๊ก คือการย้อนกลับไปยังจุดก่อนหน้าที่ข้อมูลจะถูกขโมยนั่นเอง เท่านี้ก็จะได้ข้อมูลกลับมาใช้งานเหมือนเดิม

แต่ก็อย่างที่บอก เมื่อทุกอย่างดูง่ายเพราะเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า บรรดาแฮกเกอร์ ก็พัฒนาคู่ขนานไปด้วย การจะตัดมือใครสักคนออกไป เพื่อให้ได้ข้อมูลในชิปมา ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก


 

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 27 พ.ย. 2558  
http://www.prachachat.net/news_detail.ph...1448611492
Reply


[-]
Quick Reply
Message
Type your reply to this message here.

Image Verification
Please enter the text contained within the image into the text box below it. This process is used to prevent automated spam bots.
Image Verification
(case insensitive)

Forum Jump:


Users browsing this thread: 1 Guest(s)